
แซน แอนโตนิโอ สเปอร์ส เดิมคือทีม ดัลลัส ชาพาร์ราลส์ (ชาพาร์ราล เป็นนกชนิดหนึ่ง มีอีกชื่อว่า โรดรันเนอร์, Roadrunner) หนึ่งใน 11 ทีมก่อตั้งลีกเอบีเอ (American Basketball Association, ABA) เมื่อปี พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) ในยุคแรกนำทีมโดย คลิฟฟ์ ฮาแกน (Cliff Hagan) ซึ่งเป็นทั้งผู้เล่นและโค้ช ฤดูกาลที่สอง ทีมมีผลงานที่น่าผิดหวัง ทำสถิติได้อันดับ 4 ของลีกด้วยสถิติ 41-37 และตกรอบเพลย์ออฟโดยแพ้ทีม นิว ออร์ลีนส์ บัคคาเนียร์ส มีผู้ชมในสนามน้อยและไม่ได้รับความสนใจเท่าไรในดัลลัส ในฤดูกาล 1970-71 ทีมเปลี่ยนมาใช้ชื่อ เท็กซัส ชาพาร์ราลส์ เพื่อพยายามผลักดันให้เป็นทีมประจำภูมิภาคแทน โดยเล่นทั้งในเมือง ฟอร์ตเวิร์ต เท็กซัส ที่สนาม ทาร์แรนต์ เคาน์ตี โคลีเซียม (Tarrant County Coliseum) และเมือง ลับบ็อค เท็กซัส ที่สนาม ลับบ็อค มิวนิซิพาล โคลีเซียม (Lubbock Municipal Coliseum) แต่ก็ล้มเหลวและกลับไปเล่นในดัลลัสอย่างเต็มตัวเหมือนเดิมในฤดูกาลถัดมา โดยแยกเล่นที่สนาม มูดี โคลีเซียม (Moody Coliseum) และ ดัลลัส คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ อารีนา (Dallas Convention Center Arena)
หลังจากที่ทีมพลาดรอบเพลย์ออฟเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 1972-73 (พ.ศ. 2515-16) เจ้าของสเปอร์สก็ขายทีม นักธุรกิจจากแซน แอนโตนิโอ 36 คน นำโดย แองเจโล ดรอสสอส (Angelo Drossos) และ เรด แม็คคอมบ์ส (Red McCombs) มารับช่วงต่อโดยเช่าทีมจากเจ้าของกลุ่มเดิม แล้วย้ายทีมไปยังเมือง แซน แอนโนนิโอ รัฐเท็กซัส และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น กันสลิงเกอร์ส (Gunslingers) แต่เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น สเปอร์ส (เป็นเหล็กที่ติดกับรองเท้าบู๊ทสำหรับควบคุมม้าของคาวบอย) ก่อนที่จะเริ่มเล่นเกมแรกด้วยซ้ำ สีประจำทีมก็เปลี่ยนจาก แดง ขาว และน้ำเงิน มาเป็นสีเงินและดำที่คุ้นเคยในปัจจุบัน
สเปอร์สกลายเป็นทีมอันดับต้น ๆ ในเอบีเอ ต่อมาในปี ค.ศ. 1976 (พ.ศ. 2519) ลีกเอบีเอก็เลิกไป เอ็นบีเอตัดสินใจรับทีมเอบีเอ 4 ทีมเข้ามาอยู่ในลีก ได้แก่ สเปอร์ส เดนเวอร์ นักเก็ตส์ อินเดียนา เพเซอร์ส และ นิวยอร์ก เนตส์ ทั้งสี่ทีมตกลงที่จะจ่ายเงินให้กับทีมที่ห้าที่ถูกยุบไป คือ สปิริตส์ออฟเซนต์หลุยส์ 1/7 ของกำไรจากการแพร่ภาพทางโทรทัศน์ทุกปี และข้อตกลงนี้สร้างแรงกดดันด้านการเงินให้ทีมทั้งสี่เทียบกับทีมอื่นในเอ็นบีเอ
ถึงแม้ว่าจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระดับความเก่งและโอกาสที่จะประสบความสำเร็จของทีมจากเอบีเอ สเปอร์ส ก็พิสูจน์ให้เห็นจากผลงานฤดูกาล 1976-77 ที่ทำสถิตินะ 44 แพ้ 38 เสมอกับทีมอื่นที่อันดับสี่ของคอนเฟรนซ์ตะวันออก แม้ว่าจะมีการกำหนดข้อจำกัดจากเอ็นบีเอในการเข้าลีกปีแรก ๆ โดยการจำกัดจำนวนการดราฟต์และรายได้ทางโทรทัศน์
ฤดูกาล 1977-78 จอร์จ เกอร์วิน และ เดวิด ทอมพ์สัน (David Thompson) ของเดนเวอร์ นักเก็ตส์ ต่างต่อสู้กันเพื่อให้ได้ตำแหน่งผู้เล่นทำคะแนนสูงสุดในเอ็นบีเอ ในวันสุดท้ายของฤดูกาล ทอมพ์สัน ขึ้นนำโดยทำคะแนนได้ 73 แต้มในการแข่งกับดีทรอยต์ พิสตันส์ในเกมตอนบ่าย คืนนั้น เกอร์วิน รู้ว่าเขาต้องทำให้ถึง 58 แต้มในการเล่นกับแจ๊สที่นิว ออร์ลีนส์ เกอร์วินเริ่มต้นได้ดี ทำได้ 20 แต้มในควอเตอร์แรก ควอเตอร์ที่สอง ทำสถิติควอเตอร์ที่ 33 แต้ม และทำได้ถึง 58 แต้มกลางควอเตอร์ที่สาม จบเกมได้ 63 แต้มและเป็นแชมป์ผู้เล่นทำคะแนนสูงสุดในฤดูกาลนั้น เกอร์วินและสเปอร์สชนะดิวิชันเซ็นทรัลด้วยสถิติชนะ 52 แพ้ 30 แต่ตกรอบเพลย์ออฟใน 6 เกมเมื่อพบกับ วอชิงตัน บูลเล็ตส์ แม้ว่าเกอร์วินจะเล่นได้เด่นมาก เฉลี่ยตลอดซีรีส์ 33.2 คะแนน
สเปอร์สได้สถิติดีสุดในดิวิชันมากถึง 5 ครั้งใน 7 ปีแรกที่เข้าเอ็นบีเอ และได้เข้าเล่นเพลย์ออฟเป็นประจำ แต่ในเพลย์ออฟ สเปอร์สยังไม่พบความสำเร็จ โดยแพ้ให้ทีมเช่น วอชิงตัน บูลเล็ตส์, บอสตัน เซลติกส์, ฮิวส์ตัน รอกเก็ตส์ และ ลอส แอนเจลิส เลเกอร์ส
เมื่อเข้าสู่ทศวรรษที่ 1980 สเปอร์สก็พบกับผลงานที่มีทั้งขึ้นและลง สามฤดูกาลแรกของทศวรรษ สเปอร์สยังคงความสำเร็จจากทศวรรษก่อน ด้วยสถิติ 52-30 ในฤดูกาล 1980-81, 48-34 ในฤดูกาล 1981-82 และ 53-29 ในฤดูกาล 1982-83 แม้ว่าฤดูกาลปกติจะมีผลงานที่ดี สเปอร์สยังไม่สามารถคว้าแชมป์เอ็นบีเอได้ ตกรอบเพลย์ออฟแพ้ ฮิวส์ตัน รอกเก็ตส์ ในปี 1981 และ ลอส แอนเจลิส เลเกอร์ส ในปี 1982 และ 1983
ฤดูกาล 2005-06 นำโดย ทิม ดังแคน, มานู จิโนบิลี และที่เพิ่งได้เล่นในเกมรวมดาราปีนั้นคือ โทนี พาร์เกอร์ ทีมได้ทำลายสถิติชนะมากที่สุดของแฟรนไชส์ โดยชนะ 69 แพ้เพียง 19 เกม และเข้าเพลย์ออฟติดต่อกัน 9 ปี สเปอร์สตกรอบสองในเพลย์ออฟจากระบบการจับคู่ที่ไปพบกับดัลลัส แมฟเวอริกส์ทั้งที่สองทีมเป็นทีมอันดับดีที่สุดในคอนเฟรนซ์
ฤดูกาล 2006-07 สเปอร์สจบฤดูกาลปกติที่สถิติ 58-24 เข้าเพลย์ออฟชนะเดนเวอร์ นักเก็ตส์ด้วย 4 ต่อ 1 เกม ชนะฟีนิกส์ ซันส์ 4 ต่อ 2 เกม ชนะยูทาห์ แจ๊ส 4 ต่อ 1 เกม และเข้ารอบสุดท้ายชนะคลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส์4 ต่อ 0 เกม คว้าแชมป์สมัยที่สี่ในรอบเก้าปี อย่างสวยงาม
ฤดูกาล 2007-08 สเปอร์สจบฤดูกาลปกติที่อันดับ3ของสายตะวันตกสถิติ 56-26 เข้ารอบเพลย์ออฟรอบแรกพบฟีนิกส์ ซันส์ชนะไป 4 ต่อ 1 เกม ชนะ รอบ 2 พบนิวออรีนส์ ฮอร์เนตส์ ชนะไป4 ต่อ 3 เกม และเข้ารอบสุดท้ายของสาย แต่แพ้ให้กับลอส แอนเจลิส เลเกอร์ส4 ต่อ 1 เกม ตกรอบสุดท้ายไปอย่างหน้าผิดหวัง
< > |